คุณภาพของบริษัทประกันภัยก็สำคัญ

รถยนต์ส่วนตัวจึงเปรียบเสมือนเพื่อนร่วมเดินทางที่ไปในทุกหนแห่งไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก ก็พร้อมจะขับเคลื่อนไปพร้อมกับเจ้าของรถ แต่เจ้าของรถก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูรถยนต์ของตนเองให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน รวมถึงดูแลในเรื่องของประกันรถยนต์ด้วย หากเกิดอุบัติเหตุเฉียวชน ก็สามารถที่จะซ่อมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดให้เป็นภาระกระเป๋าสตางค์ เพราะประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพียงแค่ส่งเบี้ยประกันประจำปีก็พอแล้ว

แต่ทั้งนี้หากคุณมีประกันภัยรถยนต์อยู่แล้ว แต่เมื่อครบกำหนดที่จะต้องต่อประกันภัยรถยนต์ คุณกลับรู้สึกว่าตลอดปีที่ผ่านมาไม่ได้เคลมประกันอะไร จะทำประกันต่อกับบริษัทเดิมหรือมองหาบริษัทประกันที่ไหนดี เราจึงขอแนะนำแนวทางดังต่อไปนี้

คุณภาพของบริษัทประกันภัย

สิ่งแรกที่เมื่อคุณเริ่มลังเลว่าจะเปลี่ยนบริษัทประกันรถยนต์ใหม่ต้องทำการพิจารณา คือ เรื่องของการบริการ เวลาเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่ให้บริการเป็นอย่างไร โทรเรียกแล้วมาเคลมในเวลาที่รวดเร็วหรือไม่ หรือต้องให้คุณต้องนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ ถึงจะเดินทางมาถึงได้ รวมถึงเงื่อนไขของกรมธรรม์ตรงกับที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่ มีการเล่นตุกติกหรือโปร่งใสแค่ไหน

ราคาเบี้ยและทุนประกัน

หากตัดสินใจที่จะต่อประกันกับบริษัทเดิม ควรทำการสอบถามว่าคุณสามารถที่จะขอลดหย่อนเบี้ยประกันได้หรือไม่ ในกรณีปีที่ผ่านมาไม่มีการเคลมเลยก็อาจจะได้รับการลดเบี้ยประกันเพราะประวัติใส แต่ในกรณีที่เฉี่ยวชนบ่อย เคลมตลอดปี เบี้ยประกันก็อาจจะสูงขึ้น ซึ่งต้องทำใจ และอาจจะมองหาบริษัทประกันอื่นทดแทน หากไม่อยากที่จะจ่ายเบี้ยประกันที่สูงกว่าปีที่ผ่านมา

สำหรับเรื่องของทุนประกันนั้น รถยนต์ทุกคันย่อมมีค่าเสื่อมราคาเมื่อใช้ไปได้ระยะหนึ่ง จึงส่งผลให้ทุนประกันลดลง เช่น ก่อนหน้าทุนประกันอยู่ที่ 500,000 บาท ในอีก 2 ปีข้างหน้าอาจจะลดลงเหลือที่ 400,000 บาท

มองหาบริษัทประกันอื่นๆ

ในกรณีที่คุณเคลมประกันบ่อยในช่วงปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าหากต่อประกันกับบริษัทเดิม จะต้องเสียเบี้ยประกันที่สูงขึ้นอย่างแน่นอน ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมองหาบริษัทประกันอื่น โดยการตรวจสอบบริษัทที่เบี้ยประกันถูกกว่า ซึ่งในส่วนนี้ผู้ต้องการเลือกซื้อประกันรถยนต์สามารถค้นหาข้อมูลได้จากตัวแทนหรือตามอินเทอร์เน็ต เพราะจะมีนักขับทั้งหลายที่มีประสบการณ์ได้เขียนริวิวเกี่ยวกับประกันที่ตนเองได้ซื้อไว้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่สามารถใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อประกันของคุณได้เป็นอย่างไร แต่ก็ต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะบางครั้งอาจจะเป็นข้อมูลที่มีการปรุงแต่งเกินความเป็นจริง

เปรียบเทียบและตัดสินใจซื้อ

สุดท้ายเมื่อได้ทำการมองหาบริษัทประกันที่ตนเองสนใจแล้ว จึงค่อยทำการเปรียบเทียบว่าหากเลือกที่จะซื้อประกันกับบริษัทเดิม กับบริษัทใหม่ มีความคุ้มค่าแตกต่างกันอย่างไร

ท้ายที่สุดแล้วการเลือกซื้อประกันรถยนต์อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่โตมากนัก แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ เพราะหากวันใดวันหนึ่ง รถคันเก่งของคุณอาจจะต้องเจออุบัติเหตุ ถ้าเฉี่ยวชนนิดๆ หน่อยๆ ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าชนหนัก ประกันรถยนต์ที่คุณได้ซื้อไว้ก็จะช่วยคุณอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถยนต์ของคุณและค่าซ่อมให้กับรถคู่กรณีอีกด้วย ดังนั้นคุณจึงไม่ควรมองข้ามการทำประกันรถยนต์เด็ดขาด ทำไว้อย่างน้อยก็อุ่นใจเมื่อมีเหตุต้องใช้